Wishing you a good summer

ฉันไม่เคยถามว่าคุณชอบฤดูอะไรมากที่สุด

 

‘หน้าร้อนแล้วแมลงเยอะเป็นบ้า ผมไม่ชอบแมลง’ คุณพูดแบบนั้นในฤดูร้อนปีหนึ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนี้ แต่นึกย้อนดูแล้วมันช่างเลือนรางเหมือนเป็นอดีตของคนอื่น

‘ฉันก็ไม่ชอบแมลง แต่ฉันค่อนข้างชอบฤดูร้อน’ ไม่รู้ว่าคุณรู้สึกกับมันอย่างไรบ้างหลังจากได้ฟังคำตอบรับของฉัน ประโยคตอบรับกึ่งยืนกรานกึ่งขี้ขลาดแบบนั้น

ความจริงฉันไม่ได้รังเกียจสิ่งมีชีวิตอย่างแมลง พวกมันไม่ได้มีอะไรที่ไม่น่าพึงใจ และความจริงอีกข้อคือฉันชอบฤดูร้อน ชอบมากที่สุดในบรรดาฤดูกาลบนโลกที่มีโอกาสได้รู้จัก

แต่ฉันกลับพูดออกไปแบบนั้น เพราะอยากให้มีบางข้อบางส่วนที่มันอาจจะซ้อนทับกับคุณได้บ้าง

‘..ความจริงแล้วผม’ เสียงของคุณทำลายบรรยากาศเงียบสงบรอบตัวเรา ฉันที่มัวแต่ก้มหน้ามองดินมองทรายพลันเงยหน้าขึ้นมาสบกับสายตาอ่านยากเสมอมาคู่นั้นของคุณ

‘ผมไม่มีฤดูที่ชอบเป็นพิเศษ ถ้าฤดูร้อนปีไหนดี ปีนั้นผมก็คงชอบฤดูร้อน’ สายตาคุณที่จ้องมองมา ทอดนิ่ง เงียบงัน เป็นอีกครั้งที่ฉันอ่านไม่ออก การมองตาคุณกับการไม่มองตาคุณที่จริงอาจจะไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนัก- บางครั้งฉันเผลอคิดแบบนั้น

‘แล้วถ้าปีไหนเป็นฤดูร้อนที่ไม่ดี คุณจะเกลียดมันรึเปล่า’ ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองคาดหวังจะได้รับคำตอบแบบไหนจากคำถามไร้ประเด็นพรรค์นั้น และเหมือนคุณจะรู้ว่าฉันกำลังลำบากใจกับสถานการณ์ของตัวเอง สีหน้าของคุณจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ยิ้มมุมปากที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจผู้คนผุดขึ้นให้เห็น

‘อย่ากังวลไปเลย ถึงผมอาจจะชอบฤดูร้อนแบบที่คุณชอบไม่ได้ แต่ผมก็เกลียดมันไม่ได้เหมือนกัน’

พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ช่วงเวลาที่โลกถูกย้อมเป็นสีส้ม หน้าร้อนที่แผดเผารุนแรง ถึงอย่างนั้น กลับมีแค่ฤดูกาลนี้เท่านั้นที่เปิดโอกาสให้-ช่วงเวลาซึ่งเรื่องราวใดๆก็ตามล้วนได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้น-ปรากฎขึ้น

คุณหันหลังกลับไปแล้ว เงาทอดสาดตัวคุณดูกลมกลืนไปกับโลกทั้งหมด

ฉันอยากเห็นสีหน้าคุณยามมองพระอาทิตย์ตก หากแต่ก็สำนึกได้ในวินาทีต่อมาว่ามันอาจจะไม่ต่างอะไรกับการที่ไม่เห็นมัน

แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดไปทั่วเมืองคอนกรีต ยิ่งขับให้ภาพผู้คน ตึกอาคาร ซอกมุม ดูโดดเดี่ยวและห่างไกลจากความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

 

แสงเริ่มอ่อนแรง ภาพแผ่นหลังของคุณเริ่มพร่าเลือน ก่อนที่แสงสุดท้ายจะลับหาย ฉันภาวนาในใจ

ขอให้ปีนี้และปีใดๆ มีแต่ฤดูร้อนที่ดีสำหรับคุณ

 

Advertisements

Fall

ฉันน่าจะชอบคุณตอนนั้น

 

ตอนที่เด็กคนนั้นพูดว่า เมื่อก่อนเขาไม่น่าทำตัวแบบนั้นเลย ผู้คนหัวเราะเยาะไปหมด มองตัวเองอีกครั้งก็รู้สึกอายเกินกว่าจะยอมรับมันได้ เขาจะไม่ทำมันอีก

คนที่นั่งฟังอยู่รอบๆตรงนั้นล้วนหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตบมือชอบใจ คุณก็ด้วย ใช่, ฉันจำได้ว่าคุณก็หัวเราะดังอยู่ไม่น้อย ฉันยังจำเสียงหัวเราะคุณได้ดี

แล้วก็จำได้ขึ้นใจกับประโยคที่คุณพูด หลังจากเสียงหัวเราะเงียบลง สายตาที่ฉายแววจริงจังของคุณ

‘ตอนนั้นนายมั่นใจไม่ใช่เหรอ ถึงมันจะน่าหัวเราะ แต่ฉันไม่อยากให้นายอับอายหรือปฏิเสธตัวเอง’ คนรอบข้างเงียบเสียง จ้องมองมาที่คุณ แน่นอน เด็กคนนั้นด้วย

‘การที่นายสามารถทำเรื่องอะไรก็ตามด้วยความมั่นใจ ฉันชอบมันนะ’

คำพูดคุณอ่อนโยนเหลือเกิน แต่รู้มั้ย ว่ามันเทียบไม่ได้เลยกับสายตาคุณที่ทอดมองเด็กคนนั้น

เพียงเสี้ยวเดียว, แต่ฉันเห็น ว่านัยน์ตาของเด็กคนนั้นรื้นขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติ หันไปหยอกล้อกับคนรอบข้าง แหย่คุณว่าพูดเป็นลิเก คุณก็เลยพลอยหัวเราะตัวเองตามไป

ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์เล็กๆวันนั้นอีก แต่ฉันมั่นใจว่าเด็กคนนั้น และฉัน จำมันได้ดี

 

ฉันน่าจะชอบคุณตอนนั้น

เด็กคนนั้นก็น่าจะไม่ต่างกัน