Memento (2000) สาระของมนุษย์

Memento_poster

เมื่อโนแลนไปแล้ว ก็ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องโนแลนต่อ

ในบรรดาหนังเจ๋งรุ่นใหม่ๆทั้งหลายของพี่แก ถ้าลองกดเข้าไปอ่านตามเพจวิจารณ์หรือบอร์ดสปอยล์ต่างๆ ท่ามกลางความเห็นร้อยพันนั้น ต้องมีคำว่า ‘MEMENTO’ ปะปนอยู่ด้วยเสมอ

‘สำหรับผมยังไงที่หนึ่งในใจก็ยังเป็น memento’

‘เรื่องนี้ว่ายากแล้ว แต่ยังง่ายครับถ้าเทียบกับ memento’

‘เคยดู memento มั้ยครับ ถ้ายังไปดูก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน’

ฯลฯ

อะไรมันจะขนาดนั้น

เอาเข้าจริง หนังมันไม่ได้ดูยากขนาดนั้น ในแง่ของเนื้อหา ถ้าเทียบกันแล้วอินเซปชั่นมีความ-ดูแล้วปวดกบาลมากกว่าอยู่หลายขุม

แต่ที่พิเศษและ-เชี่ยแม่งเท่ฉิบหาย คือวิธีการเล่าเรื่องที่พลิกทุกความคุ้นเคย เหมือนบ้านโดนรื้อกระเบื้อง เหมือนกวักมือเรียกคนทำหนังให้มามุงแล้วประกาศใส่ไมค์ว่า หนังมันทำแบบนี้ได้นะพวกเอ็ง

ปกติแล้วเทคนิคการเล่าย้อนอดีตจะใช้การเล่าเรื่องปัจจุบัน แล้วมีบางฉากบางตอนที่ย้อนกลับไปหาอดีต นั่นคือปกติ แต่กับเรื่องนี้คือมันเล่า ‘ย้อน’ อดีตแบบความหมายตามตัวอักษร คือจากเหตุการณ์ปัจจุบัน ค่อยๆไล่ไต่ขึ้นไปหาจุดเริ่มต้น

ถ้าชุดเหตุการณ์ตามเวลามี 1 ถึง 10 เรื่องนี้ก็จะเล่าย้อนแบบเหตุการณ์ชุด 10-9-8…ไปจนเจอ 2

แล้วเพิ่มความแพรวพราวเข้าไปหน่อย ด้วยการเล่าเหตุการณ์ชุด 1 แบบเรียงลำดับเวลาปกติ แทรกเข้าไประหว่างที่กำลังเล่าเรื่องย้อน 10 ถึง 2 นั่น

ให้เห็นภาพชัดๆก็คือเป็นการเล่าแบบ 10-1-9-1-8-1-7-1-6-1-5-1-4-1-3-1-2-1

 โอ้โห หนังบ้าอะไรเนี่ย

เพราะฉะนั้น การดูหนังเรื่องนี้อาจจะต้องอาศัยความจำและสติมากเสียหน่อย เพราะด้วยความที่สมองมนุษย์อย่างเราคุ้นเคยกับเหตุการณ์ตามลำดับก่อนหลัง พอเรื่องเล่าย้อนจากหลังไปก่อน เลยต้องอาศัยการจำเป็นท่อนๆ แล้วค่อยมาร้อยเรียงลำดับในหัวใหม่ เปรียบคล้ายกับว่าหนังให้จิ๊กซอมา แล้วเราต้องมาเรียงเอง

นี่ ไม่เท่ฉิบหายแล้วจะให้เรียกอะไร

ก็คงไม่ใช่ว่าอยากจะขายเทคนิคเพียงอย่างเดียว ถึงได้ทำหนังพลิกตำราแบบนี้ออกมา

หากแต่ เข้าใจว่าการเล่าเรื่องแบบ-รื้อกระเบื้องแบบนี้ ในทางกลับกัน, กลับเป็นการสร้างความเข้าใจให้ตัวหนังมากยิ่งขึ้น

โลกของเลโอนาร์ด-พระเอกของเรื่อง ที่มีความทรงจำผิดเพี้ยน จำเรื่องราว ณ ปัจจุบันได้เพียงไม่นานทุกอย่างก็หลุดหาย สิ่งที่เขาพบเจอและจดจำได้ในนาทีนี้ อีกไม่กี่นาทีจะกลายเป็นสิ่งที่เขา-เพิ่งเคยเจอครั้งแรก

ชีวิตที่ไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ ไม่รู้ลำดับเวลา ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นจุดไหนของการกระทำที่ผ่านมา โลกที่เขารู้ว่าเขาจะทำอะไร แต่เขาไม่อาจรู้ได้ว่าที่สุดแล้ว เขาทำมันไปแล้วหรือยัง

ช่วงเปิดหนังที่เริ่มด้วยเหตุการณ์ที่ 10 การที่ต้องดูไปพลางรู้สึกไปพลางว่า-นี่มันเรื่องห่าเหวอะไรวะ ความไม่อาจเข้าใจที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ความหลักลอย ไม่สามารถมั่นใจในอะไรสักอย่าง ความรู้สึกแบบนั้นแหละมั้ง -ด้วยการที่เล่าเรื่องย้อนหลังแบบนี้- ที่ทำให้พอจะจินตนาการได้ว่าโลกและชีวิตทั้งหมดของเลโอนาร์ดเป็นอย่างไร

ทุกครั้งที่เห็นเลโอนาร์ดหาปากกากับกระดาษขึ้นมาจด หยิบกล้องขึ้นมาถ่าย หยิบรูปขึ้นมาเตือนความทรงจำ หรืจะเป็นการอ่านรอยสักเปรอะประตามเนื้อตัวที่สร้างไว้เตือนความจำ มันช่างสะเทือนใจสิ้นดี

การอยู่โดยไม่มีความทรงจำ จริงๆแล้วอาจจะไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าเป็นโลกที่ทุกคนไร้ความทรงจำเหมือนกันทั้งหมด

หากแต่การต้องกลวงเปล่าอยู่ในโลกที่จำเป็นต้องถมให้เต็ม

มันอาจกระเทือนหนักไปถึงขั้นสูญสิ้นความหมายของการมีชีวิตอยู่

เลโอนาร์ดย้ำบ่อยซ้ำไปซ้ำมาราวกับท่องบทสวดมนต์ว่าความทรงจำของคนเราเชื่อถือไม่ได้

มันปรุงแต่ง บิดเบือน ทับซ้อน เรื่องจริงกับเรื่องแต่งผสมกันจนแยกไม่ออก

ทั้งที่เป็นอย่างนั้น แต่ตัวเขาเองนั่นแหละที่ trust his weakness

เราให้ค่าความจริง เราวิ่งหามันตลอดเวลา เพื่อที่จะพบว่า ความจริงไม่ได้มีห่าอะไรที่สลักสำคัญเลยเมื่อเทียบกับความทรงจำที่บ่มเพาะตัวเรา

ดูเรื่องนี้แล้วทำให้พบข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์อย่างนึงคือระบบความคิดเราทั้งหมด การยึดลำดับเวลา การมีจุดเริ่มต้นสิ้นสุด

ผิดเพี้ยนไปเสียหน่อยจักรวาลก็เปลี่ยนไปทั้งมวล

เรากินความทรงจำ แต่ความทรงจำก็กินเราด้วย

สาระของมนุษย์อาจจะมีแค่นั้นก็ได้ ใครจะรู้

(credit: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/c/c7/Memento_poster.jpg)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s