บันทึกความฝัน

1.

เมื่อเช้ามืดฉันฝัน

ในบ้านอันคุ้นเคย สีผนัง เหลี่ยมมุมเสา โต๊ะ เตียงนอน ประตูหน้าต่าง ทุกอย่างที่มองเห็นแจ่มชัดเสียจนไม่มีสิ่งใดให้เอะใจได้เลยว่ามันคือความฝัน รวมถึงผู้คนในบ้านก็ด้วย ใช่, พวกเขาคือครอบครัวที่แชร์ช่วงเวลากับฉันมาทั้งชีวิต

ก่อนหน้าจะถึงฉากในบ้าน ฉันได้ไปที่อื่นมาก่อน ฉากสถานที่พวกนั้นก็แจ่มชัดมากเหมือนกัน แต่ ณ ตอนนี้ ที่ฉันลงมือบันทึกเรื่องราว ฉันนึกอะไรแทบไม่ออก ราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้นจริง ซึ่งที่จริง, มันก็อาจจะเป็นเช่นนั้น

ในบ้านบรรยากาศมืดทึมเพราะม่านที่แม่ทำไว้ดันกันแสงได้ดีเกินไป เราคุยกันเรื่องข้าวเช้า ไม่ก็ข้าวกลางวัน ฉันไม่ค่อยชัดเจนเรื่องเวลา แต่ด้วยเรื่องราวที่เราคุยกันนั้นทำให้ฉันหยิบมือถือขึ้นมา เปิดหาร้านข้าวจะสั่ง

ในจอมือถือปรากฏโฆษณาร้านอาหารเดลิเวอรี่ ความจริงฉันควรเอะใจตั้งแต่ตรงนี้เพราะมันเขียนว่าในเขตกรุงเทพฯ แต่บ้านฉันอยู่ต่างจังหวัด

ภาพข้าวในโฆษณาช่างดูน่าอร่อย ฉันเลื่อนๆจอ เดินเอาไปยื่นให้พี่ชายดู ถามว่าน่ากินมั้ย พี่ชายตอบรับแค่อืมๆ ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ ฉันจำได้ว่าตัวเองนึกในใจว่าถ้าอร่อยอย่ามาขอกินแล้วกัน

แล้วอะไรสักอย่างก็ที่ทำให้ข้าวกล่องนั้นมาส่ง ฉันนึกสงสัยว่าทำไมถึงเร็วนัก ที่จริงฉันยังไม่กดสั่งด้วยซ้ำ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองอาจจะเผลอกดอะไรที่เป็นการสั่ง (ที่จริงตรงนี้ก็ผิดปกติ ข้าวมันมาส่งตอนไหนยังไง)

ระหว่างที่กำลังงงๆ ก็ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น

พี่ชายทำท่าจะออกไปดูว่าใครมา แต่ฉันเร็วกว่า เพราะเข้าใจว่าคงเป็นคนจากร้านข้าว ‘ไม่เป็นไรหนูออกไปดูเอง’ บอกพี่ชายแล้วก็รีบเปิดประตูออกไปดู

เมื่อเปิดประตูตัวบ้านจะเจอที่จอดรถ แล้วถัดไปถึงเป็นประตูรั้ว โดยปกติแล้วประตูรั้วจะล็อกกลอนจากด้านในไว้เสมอ เพราะฉะนั้นการที่ฉันเปิดประตูตัวบ้านออกไป แล้วเจอผู้ชายคนหนึ่ง สวมแจ็กเก็ตยืนอยู่ตรงที่จอดรถ จึงสร้างความงงงวยให้ฉันประมาณหนึ่ง ‘สวัสดีค่ะ’ ฉันทักทายเขา จริงๆมันก็เป็นการทักทายที่ประหลาดอยู่เหมือนกัน ทำไมฉันถึงเลือกใช้คำแบบนั้น

ฉันเหลือบมองไปที่กลอนประตูรั้วก็พบว่ามันไม่ได้ล็อกเอาไว้ ใครลืมล็อกประตูกัน-ฉันคิดในใจคาดโทษความผิดไปให้คนในบ้าน แล้วก็เลยได้สังเกตเห็นว่าที่ตรงนอกรั้วบ้านมีผู้ชายอีกคนนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ เหมือนจะมาด้วยกันกับผู้ชายที่ยืนอยู่ในบ้านตอนนี้

ผิดปกติ-ฉันบอกตัวเอง

แล้วผู้ชายสวมแจ็กเก็ตตรงหน้าก็ยื่นกระดาษลักษณะเหมือนหนังสือพิมพ์มาตรงหน้าฉัน  ไม่ใช่ร้านข้าวหรอกเหรอ-ฉันคิดในใจ หรือเขาจะไม่ได้มาด้วยกันกับผู้ชายที่รออยู่นอกรั้ว คนที่อยู่นอกรั้วอาจจะเป็นคนส่งข้าว แล้วคนนี้เป็นใคร

ในขณะที่ความคิดกำลังหมุนวิ่งอยู่ในหัว ฉันก็พบว่าตัวเองได้ยื่นมือไปรับหนังสือพิมพ์นั้น ผู้ชายสวมแจ็กเก็ตใช้นิ้วชี้ไปยังข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งใจอ่านมัน เขาก็พูดอะไรบางอย่างขึ้นมาซะก่อน

‘ดูไว้ว่าอย่าออกมารับหนังสือพิมพ์ที่หน้าบ้าน’

2.

‘ดูไว้ว่าอย่าออกมารับหนังสือพิมพ์ที่หน้าบ้าน’

เขาน่าจะพูดอะไรแบบนั้น ฉันจำคำได้ไม่แม่นยำ แต่มันไม่ผิดเพี้ยนไปกว่านี้แน่

สายตาฉันเริ่มพร่ามัว พลาดแล้ว-ฉันคิดในใจ สายตาตวัดไปที่นอกรั้วอีกครั้ง ผู้ชายที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์จนถึงเมื่อกี้ ตอนนี้เขายืนขึ้น ไม้แบดมินตันสองอันโผล่พ้นขอบรั้วปรากฏให้เห็น

ในช่องว่างระหว่างรั้ว ฉันเห็นหน้าผู้ชายคนนั้น ใบหน้านั้นแจ่มชัดพอๆกับภาพบ้านและคนในครอบครัว มันไม่ใช่ใบหน้าที่เคยรู้จัก แต่ความแจ่มชัดของมันก็ทำให้ฉันประหลาดใจ ว่าทำไมความฝันของฉันถึงได้สร้างใบหน้าคนไม่คุ้นเคยได้สมจริงขนาดนั้น

เขายิ้มมุมปาก ก่อนที่จะปรากฏให้เห็นวัตถุหนึ่งโผล่พ้นขอบรั้ว กลมกลืนไปกับไม้แบดมินตันสองอันที่ถูกชูขึ้นก่อนหน้า วัตถุทรงยาวเรียว สีเทาอมเขียว ที่ปลายของมันเป็นทรงเหมือนปากกระบอกของอะไรสักอย่าง

ตัวฉันเย็นเฉียบ ก่อนที่จะเข้าใจว่ามันคืออะไร เท้าก็ออกวิ่งก่อนแล้ว

ไม่มีทางหนีอื่น ฉันรีบวิ่งเข้าไปในที่จอดรถอีกบริเวณที่อยู่ด้านข้างตัวบ้าน ‘ปัง’ เสียงปืนดังสนั่นไล่หลังมา มันน่าจะโดนที่ผนังหรือเปล่า ระหว่างที่คิดก็มีเสียง ‘ปัง’ ดังขึ้นมาอีกหนึ่งครั้ง พร้อมๆกับที่ฉันพบว่าตัวเองวิ่งมาถึงสุดรั้วบ้านอีกฟาก

‘ปัง ปัง’ เสียงปืนดังขึ้นอีกสองครั้ง มันดังห่างกันเล็กน้อย และฉันก็พบว่าตัวเองนอนอยู่กับพื้นตั้งแต่ที่มันดังขึ้นครั้งแรก

นี่คือความรู้สึกของคนถูกยิงเหรอวะ-ฉันนึกขึ้นในขณะที่กำลังนอนหันหน้าเข้าผนังรั้ว สีเหลืองอ่อนของผนังทำให้ฉันเศร้าใจขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฉันกำลังจะจากไปในบ้านที่คุ้นเคย กลางหลังปรากฏความรู้สึกเย็นซ่า ไร้ความเจ็บปวด เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเกิดและก่อขยายเป็นวงแผ่ออกจากตรงนั้น มันกำลังเติบโต ไม่ใช่แค่พื้นที่ร่างกายของฉัน แต่เป็นทั้งจักรวาล

ฉันนึกถึงแม่ พี่ชาย และหลานสาวในบ้าน พวกเขารู้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากเดินไปบอกให้เขาหนี แต่ฉันก็ไม่อยากให้ผู้ชายสองคนนั้นรู้ว่าในบ้านมีคนอื่นอยู่อีก พวกมันต้องการอะไร แค่ฉันคนเดียว หรือทุกคนในบ้านทั้งหมด ฉันไม่รู้อะไรเลย ถ้าไม่กดไปเจอเว็บข้าวร้านนั้น ก็คงไม่เป็นแบบนี้-ฉันนึกโทษตัวเองแล้วก็รู้สึกสมเพชจนอยากจะหัวเราะออกมา โดนยิงตายเพราะกดสั่งข้าวเนี่ยนะ ห่า ชีวิตห่า บัดซบและทุเรศ ตายได้ทุเรศทุรัง

ก่อนตายเวลามันจะช้ากว่าปกติหรือยังไง-ประสบการณ์ที่ฉันไม่เคยเจอทำให้นึกสงสัย ที่จริงแล้วช่วงเวลาระหว่างโดนไล่ยิงจนถึงตอนนี้ที่ล้มลง มันคงกินเวลาไม่กี่นาที แต่ขณะนี้เวลาเหมือนถูกขยายออก ฉันคิดอะไรหลายอย่างได้มากมายระหว่างที่ล้มแน่นิ่ง พร้อมๆกับการแผ่ขยายของบางสิ่งที่มีจุดกำเนิดจากกลางหลัง

การแผ่ขยายกระจายออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับความรู้สึกแปลกใหม่, มันขยายลงด้านล่าง การแผ่ขยายกินมิติไม่ใช่แค่ความกว้างแต่รวมถึงความลึก

ฉันนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านเมื่อไม่นานมานี้ เขาพูดประมาณว่าขณะของความตายเป็นเมจิกไทม์ หากตอนมีชีวิตอยู่คุณอยู่กับชั่วขณะได้ ชั่วขณะที่คุณจะตายคุณจะอยู่กับมันได้เช่นกัน และคุณจะจดจำมันได้ว่าคุณผ่านมันไปอย่างไร มันจะทำให้คุณผ่อนคลาย และเมื่อคุณจดจำมันได้ มันจะไม่พาให้คุณกลับมาอีก

‘ชั่วขณะ ชั่วขณะ’ ฉันท่องให้ตัวเองฟัง พยายามดึงสติที่มีทั้งหมดให้อยู่กับตัวเองและการแผ่ขยายนี้ แว้บหนึ่งของความพยายามหนักหน่วง มีความนึกคิดถึงคนในบ้านปรากฏขึ้นมา-หนูต้องไปก่อนแล้ว

เวลาที่ถูกยืดจนยาดเริ่มคลายตัวกลับ ทุกอย่างค่อยๆเข้าสู่จังหวะปกติ การแผ่ขยายที่มีศูนย์กลางจากกลางหลังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวอีกต่อไป มีแต่เพียงภาพผนังบ้านสีเหลืองอ่อนที่กำลังมืดลง ก่อนที่โสตประสาทจะปรากฏเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง

‘ปัง’

3.

ฉันค่อยๆลืมตาขึ้น ความมืดทึมอีกแบบที่คุ้นเคยปรากฏ มือควานหาสัมผัสเตียงนอนและผ้าห่ม ตามองไปยังประตูระเบียง แสงสว่างเล็กน้อยจากภายนอกทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่กลางดึก แต่เป็นเช้ามืด

ฝัน?

แน่รึเปล่า ใจหนึ่งก็โล่งอก แต่อีกใจก็ยังสงสัย การตื่นครั้งนี้คือการตื่นจากฝัน หรือเป็นการตื่นจากชีวิตฟากนู้น

ถ้าฉันเลือกจะเชื่อว่าตัวเองตื่นจากฝันแล้วใช้ชีวิตไปตามปกติ วันหนึ่งจะมีใครมาบอกฉันรึเปล่าว่าที่จริงฉันน่ะตายไปแล้ว ไปเสียเถอะ แบบหนังหลายๆเรื่องที่เคยดู

กลางหลังยังปรากฏความรู้สึกเย็นวาบ มันคงเป็นความตายจริงๆ หากแต่ใจที่เต้นตุบตับกับ’เหตุการณ์ก่อนหน้า’ ก็ทำให้ฉันรู้ว่า มันคงเป็นชีวิตจริงๆ

จะนอนต่อเพื่อไปเช็คว่าตัวเองตายจริงมั้ยดี หรือจะตื่นขึ้นอาบน้ำกินข้าวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดี จะนอนต่อหรือจะตื่น จะตายหรือจะอยู่ ในความงุนงัว ฉันคิดอะไรหลายอย่าง

แล้วฉันก็เผลอหลับไปอีกครั้ง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s