La La Land (2016)- ดินแดนแห่งฝัน

1ฉันไม่ค่อยถนัดละครเพลงเท่าไหร่นัก แต่ฉากเปิดของหนังเรื่อง La La Land บนทางด่วนรถติดยาวเหยียด หญิงสาวก้าวลงจากรถออกสเต็ปยักย้าย ก่อนที่คนนบนท้องถนนแห่งนั้นจะพากันโดดลงมาจอย เป็นแฟลชม็อบละครเพลงย่อมๆนั้น ก็ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ อดที่จะเคาะนิ้ว กระดิกเท้าตามไปด้วยไม่ได้

หญิงสาวผู้ตามหาตำแหน่งแห่งหนของตนที่จะปรากฎในหนังสักเรื่อง กับชายหนุ่มผู้ต้องการมีร้านอาหารที่เขาจะสามารถบรรเลงเพลงแจ๊ซที่กำลังจะตายให้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ทุกอย่างคงจะน่าตื่นตาตื่นใจถ้าหากว่าความฝันเหล่านั้นเกิดในช่วงชีวิตวัยรุ่น หากแต่ช่วงวัยที่ไม่ใช่เด็กแล้วของทั้งคู่ ความฝันที่กำลังเข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตของมัน ก็ทำให้พวกเขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับภาวะความฝันที่แปรสภาพเป็นภาระ

ด้วยความที่เป็นหนังของผู้กำกับ Whiplash หนังสงครามขึ้นหิ้งของฉัน ก็ทำให้สงสัยใคร่รู้อยู่มากว่าเขาจะสร้างหนังเรื่องนี้ออกมาอย่างไร ไหนจะกระแสอันครึกโครม รางวัลที่กวาดมาเกือบหมดหิ้งนั่นอีก แต่พอดูแล้วฉันก็ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนถึงได้ชอบกันนัก ก็หนังมันออกจะสุนทรีย์ซะขนาดนั้น เพลง ร้อง เต้น นางเอกพระเอก แล้วยังจะเรื่องความรักที่น่าประทับใจนั่นอีก หากว่า Whiplash เป็นหนังความฝันล้วนๆ La La Land ก็คงเป็นหนังรักที่มีความฝันเป็นส่วนประกอบ

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับคนนี้ก็ยังไม่ละทิ้งแนวคิดที่ว่าในสองทางเลือกระหว่างความรักกับความฝัน สุดท้ายแล้วเขาจะเลือกความฝัน เหมือนอย่างใน Whiplash เพียงแค่ว่าหยิบมันมาเล่าอย่างผู้ใหญ่ อย่างซาบซึ้งใจ และนิ่มนวลชวนตราตรึง (อันที่จริงมันค่อนข้างจะต่างกับ Whiplash อยู่ประมาณนึงหากว่ากันด้วยเรื่องความรัก) ฉันค่อนข้างชอบทัศนคติของเขาอยู่มาก ชวนให้นึกจินตนาการถึงตัวเขาเองว่าจนถึงจุดที่เขาได้ทำหนังโด่งดังเป็นที่รู้จักตอนนี้ เขาได้ทิ้งความรัก (พูดให้ถูกคือความสัมพันธ์) มามากน้อยแค่ไหน

มีคนแสดงความเห็นไว้กับหนังเรื่องนี้ประมาณว่า ความผิดพลาดของคนเราคือการไม่รู้ว่าใจตัวเองอยู่ที่ใด เขาจะมองว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ฉันกลับไม่เห็นด้วยในถ้อยคำของเขาเลยสักนิด หนึ่ง คำว่า’ความผิดพลาด’ อะไรคือความผิดพลาดของทั้งคู่อย่างนั้นหรือ การที่ครั้งหนึ่งพวกเขาได้พบกัน ตัดสินใจที่จะสนับสนุนความฝันซึ่งกันและกัน แล้วสุดท้ายพวกเขาได้เดินตามความฝันนั้น นอกจากมันจะไม่ผิดพลาดแล้ว มันยังถูกต้องที่สุดด้วยไม่ใช่หรืออย่างไร และสอง ‘การไม่รู้ว่าใจตัวเองอยู่ที่ใด’ ไม่เลย ไม่ใช่อย่างยิ่ง พวกเขารู้มาตลอดว่าใจตัวเองอยู่ที่ไหน พวกเขาไม่เคยลืม ถ้าความรักจะเป็นความรักได้ก็ต่อเมื่อคนเราต้องอยู่ด้วยกัน แน่นอน พวกเขาคงไม่อาจเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าความรัก แต่เพราะความรักไม่ได้กะจ้อยร่อยแบบนั้น มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการอยู่ด้วยกัน แต่มันคือเรื่องของการเชื่อมต่อและสื่อถึงกัน พวกเขาสื่อถึงกันแล้ว และแม้พวกเขาจะไม่ได้พบกันอีก มันก็ไม่สลักสำคัญอะไรอีกแล้ว

ฉากที่ชวนให้น้ำตาซึมสำหรับฉัน เป็นฉากที่นางเอกเล่าเรื่องพี่สาวของเธอที่กระโดดลงน้ำในการออดิชั่นรอบสุดท้าย การทำตามความฝันเป็นเรื่องเจ็บปวด ไม่ว่าจะมองอย่างไรมันก็เป็นแบบนั้น และฉันดีใจที่พวกเขาทำมันได้ในที่สุด

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s