A Hard Day (2014)-อะไรกันนักกันหนา

a-hard-day-2014

เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบ ฉันได้ทวิตความประทับใจเอาไว้ว่า..

เพิ่งได้ดูหนังของผู้กำกับคิมซองฮุนก็ครั้งแรก (เห็นเขาว่านี่เป็นหนังเรื่องที่สองของแก ส่วนเรื่องแรกไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก อือ ก็คงถูกแล้วที่เพิ่งได้ดู) ความประทับใจคือตามทวิตด้านบน ใช่ มันคือ A Hard Day แบบ Literally และที่น่าประทับใจก็คือคุมความเป็นหนังแอคชั่นของหนังได้ดีมากๆ เพราะเริ่มต้นมาก็ไม่ได้ปูเรื่องเยิ่นเย้ออะไรเลย แค่ไม่กี่นาทีอีตาพระเอก (เป็นตำรวจ) ก็ขับรถชนคนตายซะแล้ว ซึ่งดันเป็นวันที่หน่วยสืบสวนทุจริตตำรวจเข้ามาตรวจเรื่องสินบนที่สถานีฯของพระเอก (คือนางกับพวกรับสินบน..) และเป็นวันที่พระเอกต้องรีบกลับไปจัดงานศพให้แม่ตัวเอง เพราะแม่เพิ่งเสีย.. นี่คือเรื่องของคนถึงคราวซวยโดยแท้ และแน่นอน เพราะมันคือวันแห่งความฉิบหาย เรื่องราวหลังจากนั้นก็แทบไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่พระเอกจะได้พัก ‘มันจะอะไรกันนักกันหนา’ จำได้ว่าพระเอกพูดประโยคทำนองนี้ไม่ต่ำกว่าสามรอบ ซึ่งมั่นใจได้ว่าไม่ใช่แค่พระเอกหรอกที่พูด คนดูอย่างกูก็ไม่ต่างกันหรอกค่ะ

นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ทำฉากบู๊ได้มันหยด โดยเฉพาะช่วงผ่านเทิร์นนิ่งพ้อยท์ที่นายตำรวจปาร์คชางมินปรากฎตัว อันที่จริงพระเอกกับนายตำรวจปาร์คนี่ก็เหมาะมือกันมากทีเดียว คนจะฆ่ากันมันก็เหมือนคนจะเล่นเลิฟซีนนั่นแหละ ต้องเคมีตรงกันประมาณหนึ่ง แล้วก็ยังเป็นหนังที่สามารถอยู่ในลิสต์พล็อตทวิสต์ได้สบายๆ อาจจะไม่ได้หักคว่ำเรื่องอะไร แต่ก็มีฉากให้ได้ประหลาดใจ เอ๊ะยังไงต่อโผล่มาเป็นระยะๆ แม้ว่ารวมแล้วจะเป็นหนังแอคชั่นลุ้นๆ แต่ก็มีฉากสะเทือนใจทิ้งไว้ให้นึกถึงอยู่เหมือนกัน อย่างเช่นฉากบนรถริมตึกฉากนั้น สะเทือนใจมากจนต้องร้องไอ้เหี้ยออกมา หรือว่าจะเป็นฉากเอาปืนจ่อหัวต่อเนื่องไปจนจบฉากริมสันเขื่อน รูปลูกสาวสั่นๆที่ปรากฎออกมาแทบทุกฉากที่ตาพระเอกวิ่งออกไปนอกรถ เหมือนจะคอยย้ำเตือนถึงเหตุผลที่เขาจำเป็นต้องสู้ แม้ฉันจะอยากให้มันจบๆไป (อีตาพระเอกก็จะยอมหลายทีแล้วเหอะ) แต่โดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ต้นเรื่อง ฉันก็อยู่ข้างเขา อยากให้เขาสู้ อยากให้เขารอด ฮาร์ดเดย์นี้จะต้องไม่สูญเปล่า นายและฉันจะต้องไม่เหนื่อยฟรี

อ้อ นี่ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่เล่นด้านไม่สุจริตของตำรวจเกาหลี กำลังคิดว่าถ้าเป็นหนังไทยจะสร้างได้ขนาดนี้รึเปล่า (ตำรวจอาจจะได้ประมาณหนึ่ง แต่ถ้าเป็นวงการใกล้ๆกันนี่ไม่ได้แน่..) แล้วก็ เป็นหนังที่ตอนดูก็สนุก ตอนย้อนนึกถึงก็ยิ่งสนุก เขียนๆไปนี่ก็รู้สึกดีกับหนังเรื่องนี้ขึ้นมามากกว่าเดิม หนังที่น่าประทับใจบางทีก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งปมดราม่าเสมอไป บางเรื่องเราก็รักมันได้ด้วยความลุ้นบ้านแตกของมันนั่นแหละ

Advertisements

The Wailing (2016)ー ปีศาจ

The Wailing (2016)

นาฮงจิน คือผู้กำกับชื่อดังที่เคยกำกับหนังในตำนานอย่างเรื่อง The Chaser (2008) หนังชิ้นแรกๆที่ชักชวนฉันเข้าสู่โลก K-thriller และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ผู้กำกับฝีมือฉกาจฉกรรจ์คนนี้ก็ได้สร้างผลงานชิ้นโบว์แดงอีกครั้ง กับเรื่อง The Wailing-แปลเป็นไทยตรงตัวว่า เสียงร้องแหลมยาว

เรื่องราวของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เกิดโรคแพร่ระบาดในหมู่บ้าน โดยคนที่ติดเชื้อจะมีอาการเป็นตุ่มหนอง สติฟั่นเฟือน  และจบด้วยการก่ออาชญากรรมฆ่าคนในครอบครัว นายตำรวจจงกูซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสืบครั้งนี้ก็สืบคดีไปตามเรื่องตามราว ไม่ได้เก่งกาจหรือมีประโยชน์มากมายแต่อย่างใด หากแต่วันหนึ่ง เขาได้คุยกับเพื่อนถึงเรื่องประหลาดเกี่ยวกับชายชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในกระท่อมปลายเขา บ้างก็ว่ามีคนเห็นเขาใส่ผ้าเตี่ยวอยู่กลางป่า กำลังกินซากเนื้อสัตว์ตายบ้าง ลอบทำร้ายคนบ้าง จนเป็นที่กังวลใจกันไปทั่วว่าเรื่องราวร้ายๆในหมู่บ้านที่เกิดขึ้นอาจจะเกี่ยวพันกับชายผู้นี้

เรื่องราวหลังจากนั้นก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อนายตำรวจจงกูต้องพบกับเหตุการณ์ประหลาดเข้ากับตัวเอง เมื่อลูกสาวคนเดียวของเขาได้เปลี่ยนไป จากเด็กสาวผู้ร่าเริงกลับกลายเป็นก้าวร้าว หยาบคาย และเกิดตุ่มหนอง อาการคล้ายกับโรคที่ระบาดอยู่ เขาจึงต้องสืบค้นสาเหตุของโรคดังกล่าวโดยพุ่งความสงสัยไปที่ชายชาวญี่ปุ่น ส่วนทางครอบครัวเมื่อเห็นว่าเด็กสาวมีอาการประหลาดคล้ายผีสิง จึงไปตามหมอผีนายหนึ่งให้มาช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายในบ้าน อีกด้านหนึ่ง จงกูก็ได้พบกับหญิงสาวสวมชุดขาวท่าทางสติไม่ดีที่พูดเตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องชายชาวญี่ปุ่น เรื่องราวหลังจากนั้น ควรเรียกว่าเป็นการผจญภัยของจงกูก็ย่อมได้ เขาต้องเผชิญหน้ากับความพรั่นพรึง ความกลัว ความแปลกประหลาด และความไม่รู้ ผีร้ายที่กำลังทำลายครอบครัวของเขา เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะต้องเลือกเชื่อเพียงทางใดทางหนึ่ง เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นคนรักษาไว้หรือทำลายครอบครัวตัวเองลง

ตอนอ่านเรื่องย่อว่าเกี่ยวกับผี อันที่จริงฉันก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่ามันจะ ‘ผี’ ได้ขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นคนไทยที่เกิดมากับสังคมแห่งผี แต่ฉันกลับไม่รู้สึกชาชินกับผีหรืออะไรก็ตามในหนังเรื่องนี้แม้แต่เล็กน้อย ด้วยความที่มันไม่ใช่แค่ผีแฮ่ๆ ตามแบบฉบับผีทั่วไป แต่มันเป็นบรรยากาศของความเยือกเย็น แปลกประหลาด คล้ายๆกับบรรยากาศของหมู่บ้านที่ว่ากันว่ามีปอบ ความลึกลับที่บวกเข้ากับบรรยากาศของวัฒนธรรมท้องถิ่น การบูชายันต์ ไสยศาสตร์ การทรงเจ้าเข้าผี แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้กลัวแบบสะดุ้งแต่ก็เป็นบรรยากาศความกลัวแบบมือเย็นเฉียบ เหงื่อออกกลางหลัง ความกดดันซึ่งเกิดจากความไม่รู้และลังเลใจ ใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด และ ‘สิ่งนั้น’ แท้จริงแล้วคืออะไร ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ด้วยความที่ฉันอาจจะดูหนังมาน้อยก็เป็นได้, แต่นี่เป็นหนัง’ผี’เรื่องแรกที่ฉันเพิ่งได้มีโอกาสดู และพบว่ามันไม่เหมือนกับเรื่องไหนเลยจริงๆ

ปกติแล้ว ฉันจะต้องเลือกฉากที่ประทับใจมาบันทึกไว้สักฉากสองฉาก แต่สำหรับเรื่องนี้ ฉันกลับพบว่าไม่อาจเลือกฉากที่สามารถเอามาเขียนบันทึกไว้ได้ จะว่าอย่างไรดี แค่นึกภาพตามแล้วต้องเขียนบรรยาย ก็ให้ฟีลประหนึ่งต้องไปยืนอยู่หน้ากระท่อมกลางป่าแล้ว (เหงื่อซึม) ฉากที่ประทับใจ เอ่อ จริงๆอาจต้องเรียกว่าฝังใจมันก็มีอยู่ อย่างฉากเล็บงอก (กรี๊ด) หรือฉากไก่ขันครั้งที่สอง (เอามือตบหน้าผาก) แต่ถ้าจะให้เลือกที่ประทับใจจริงๆก็อาจจะเป็นฉากอย่างตอนที่จงกูพูดกับลูกสาวว่าพ่อเป็นตำรวจ หรือไม่ก็ฉากที่ฉายไปยังกับดักแห้งเหี่ยวที่ถูกแขวนไว้หน้าบ้าน ผู้กำกับนาฮงจินเขาคงถนัดงานแบบนี้ งานทิ้งก้อนหน่วงไว้ให้คนดู งานทิ้งคำถามร้อยแปด งานความห่วยแตกของผู้ชายที่ต้องเป็นที่พึ่งให้ครอบครัวหรือหญิงสาว และงานของเขาก็สัมพันธ์กับความเป็นจริงเสมอ ความเป็นจริงที่ว่าเราล้วนผิดพลาดและสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เขาแค่สร้างงานตอกย้ำสิ่งนั้นเท่านั้นเอง

Confession of Murder (2012)-รอยยิ้มซีเปีย

Confession of Murder (2012)เมื่อ 15 ปีก่อน ชเวฮยองกู รับผิดชอบในคดีฆาตกรรมหญิงสาวต่อเนื่อง เขาตามสืบจนสามารถถึงตัวคนร้ายตะลุมบอนกับมันได้ แต่สุดท้ายคนร้ายก็หนีรอดไป ทิ้งไว้แต่เพียงรอยแผลเป็นจากมีดกรีด หมอแนะนำให้ สารวัตรชเวผ่าตัดลบมันซะ แต่เขาก็ปฏิเสธ เขาจะเก็บมันไว้เป็นเครื่องเตือนใจ

15 ปีต่อมา ก่อนที่คดีสะเทือนขวัญในตำนานที่ยังตามจับคนร้ายไม่ได้จะหมดอายุความลง จู่ๆก็ปรากฎชายหน้ามนที่อ้างตัวว่าเป็นคนร้ายในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องคราวนั้น เขาเขียนหนังสือคำสารภาพถึงสิ่งที่ได้ทำลงไป หนังสือขายดีเทน้ำเทท่า สร้างกระแสเป็นที่ฮือฮาแก่สังคม เขาเป็นคนร้ายจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงนักต้มตุ๋นที่ต้องการลวงโลก ท่ามกลางความสับสน ในมุมหนึ่ง กลุ่มของญาติหญิงสาวที่ถูกฆาตกรรมในครั้งนั้นก็ได้รวมตัวกัน ความแค้นที่ถูกกักเก็บมากว่า 15 ปี ในวันนี้คนที่อ้างว่าเป็นฆาตกรปรากฎขึ้นต่อหน้าแล้วและพวกเขาจะไม่ปล่อยมันไป อีกด้านหนึ่งสารวัตรชเวผู้รับผิดชอบคดีในครั้งนั้นก็เฝ้าจับตาดูด้วยความสงสัย เขาจะหาหลักฐานจับฆาตกรได้หรือไม่ในช่วงเวลาที่ทรายกำลังจะไหลลงด้านล่างจนหมดขวด..

เป็นหนังอีกเรื่องที่พล็อตพลิกได้อ้าปากค้าง แม้ว่าจะขัดใจกับฉากบู๊ที่เยอะและไม่สมจริงไปบ้าง แต่ส่วนของเนื้อเรื่องและการแสดงของนักแสดง (โดยเฉพาะพี่ J พี่ผู้ชายผมทรงนักเรียนนุ่มสลวยคนนั้น) ก็ช่วยกลบจุดเล็กจุดน้อยเหล่านั้น ทำให้เป็นหนังเกาหลีแนว Action/Thriller อีกเรื่องที่หลายคนแนะนำ

ฉากที่ฉันประทับใจคือฉากในสตูดิโอ ตอนที่เรื่องราวทั้งหมดเผยด้านที่ถูกปิดซ่อนไว้ออกมา ความแค้น 15 ปีที่ถูกกักเก็บไว้ในจิตใจ ซ่อนไว้ในชีวิตอันธรรมดาสามัญ เมื่อคนที่ทำลายชีวิตของคนอันเป็นที่รักปรากฎขึ้นต่อหน้า คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ฉันสัมผัสมันได้-ความรู้สึกของเขา มือที่สั่นเทา เราควรทำอย่างไรกับโลกขัดแย้งภายในที่พยายามฉีกเราออกเป็นสองส่วน, กับอีกฉากหนึ่งตอนท้าย วันที่เรื่องราวทั้งหมดจบลง พวกเขา-ญาติของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย รอยยิ้มที่มอบให้กับคนรักที่จากไป บันทึกไว้เป็นรูปถ่ายสีซีเปีย รอยยิ้มของเหยื่อที่ไม่ว่าจะยิ้มอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงสักข้อไปได้ ทั้งเรื่องที่เขาเป็นเหยื่อ ทั้งเรื่องของความทุกข์ทน และเรื่องของคนรักที่ไม่มีวันกลับมา

Fight Club (1999) – ชามะนาว

MV5BZGY5Y2RjMmItNDg5Yy00NjUwLThjMTEtNDc2OGUzNTBiYmM1XkEyXkFqcGdeQXVyNjU0OTQ0OTY@._V1_

พ่อลูเซอร์ทุกสถาบัน

หนังสุดทุกทาง ความบ้า ความแตกแยกของจิตใจ ทะลุโลก เปราะบาง

ทุกวันคือความปลอดภัยและมั่นคง บนผิวน้ำของชีวิตเราคาดหวังความราบเรียบเช่นนั้น, แต่เมื่อเราได้มันมา เราจึงได้รู้ว่าชีวิตที่คาดเดาได้และเป็นไปตามแผน มันกัดกินวิญญาณในที่สุด

แต่งตัวผูกไทไปทำงาน พยายามให้ดีแต่ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง สุดท้ายขอแค่มีเงินเข้าบัญชีทุกปลายเดือน พวกเขาและฉัน ต่างก็มีไทเลอร์ซ่อนอยู่ในตัวรึเปล่า ไทเลอร์คนเท่ผู้หันหลังให้โลก คนที่สร้างไฟว์คลับไปทั่วใต้แผ่นดิน คนที่จุดระเบิดตูมตามไปทั้งเมือง

ฉากที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง โซดาไฟหยดลงบนหลังมือ, บนรถยนต์ที่ปล่อยพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่ง วินาทีที่สมองส่วนถูกทำให้เชื่องทำงาน ไทเลอร์จะสาดน้ำใส่หน้าเราเสมอ ไป ชีวิตมึงต้องไปให้สุด ไอ้ไก่อ่อน

ความขบถมันน่าให้ค่า ในสังคมที่มีเต็มไปด้วยเรื่องที่ควรจะเป็น เราอยากเป็นเมมเบอร์ไฟท์คลับ เราอยากยิ้มกระหย่องให้กับตัวตนลับในคราบลูกจ้าง เราอยากแฮปปี้กับแผล และบางวันเราก็อยากลองฉีดน้ำราดหัวคนดูบ้างสักครั้ง

เจ้าของบ้านร้างชื่อเจ, หัวหน้าไฟว์คลับชื่อไทเลอร์, สาวใต้ตาดำคาบบุหรี่ผู้น่ารักหนึ่งเดียวของฉันชื่อมาร์ลา ส่วนพ่อหนุ่มนอนไม่หลับ ไก่อ่อน และอึดกว่าหมีนั้น ไม่มีชื่อ เขาเป็นผู้บรรยาย

หนังพล็อตพลิกจะอยู่ในใจผู้คนได้นานก็ต่อเมื่อมันพลิกได้คว่ำจริงๆ กับ-มันมีรายละเอียดที่ชวนให้หลับตานึกถึง โหยหาตัวละครตัวนั้น ฉากนั้น บทพูดนั้น ความรู้สึกที่เหลืออยู่

ความประหลาดของหนังเรื่องนี้คือ มันเป็นหนังที่บ้าเหี้ยๆ แต่ละฉากก็ดีเดือดเหนือสามัญสำนึก แต่ทำไมแม่งถึงจบได้โรแมนติกดอกไม้ไฟสว่างว้าบกลางฟ้า แล้วพอหลับตานึกย้อนไปถึงแต่ละฉาก อ้าวแม่ง รสเหมือนกินชามะนาว มันไม่ควรรู้สึกแบบนี้ แต่มันเป็นแบบนี้ เหมือนนึกถึงเรื่องของตัวเอง ของเพื่อน เออ นับแม่งเป็นเพื่อนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้