เชียงราย-ผ่านเจ้า (1/2)

ก่อน 13 ม.ค. 60

  • ทริปเกิดจากความพร่ำบ่นของตัวเองและการชักชวนแบบสายฟ้าแลบจากเพื่อนสาว ถามไปมั้ย ตอบเลยว่าไป อย่างใจง่าย อย่างไม่รู้รายละเอียด รู้แต่ว่าต้องไป
  • เสิร์ชหาข้อมูลเล็กน้อยก่อนออกเดินทาง ได้ความว่าภูชี้ฟ้าอยู่เชียงราย ส่วนดอยตุงที่ในแพลนบอกว่าอาจจะได้ไปหรือไม่ได้ไป ก็เลยไม่ได้เสิร์ช ใช้ความรู้พื้นฐานว่าก็ดอยตุงนั้นไง ดอยตุงที่อยู่เชียงใหม่

 

13 ม.ค. 60

ο Pre-ดอยตุง

  • ทำงานเสร็จห้าโมงครึ่ง รีบบึ่งไปหมอชิต รถออก 18.45 สมบัติทัวร์ เบาะนอนสบาย แต่ลุงคนข้างๆตัวใหญ่กินพื้นที่เบาะไปหน่อย รู้สึกเสียเปรียบ จ่ายค่าตั๋วเท่ากันแต่ลุงได้นั่งเบาะกว่า หนูได้ไม่ถึงเบาะ
  • แต่ลุงนั่งนิ่งและนอนเงียบมาก ถือว่าเป็นพระคุณ
  • สมาชิกทริปประกอบด้วย 2 สาวจากกทม. กับเด็กๆเจ้าถิ่นอีก 3 คนที่ไปเจอกันที่นู่น
  • รถแวะพักที่พิดโลก กินข้าวต้มตอนเที่ยงคืน อร่อยกว่าที่คิด
  • ถนนเรียบดุจแพรไหม (อันนี้พูดจริงๆ ถนนขึ้นเหนือดีกว่าล่องใต้มาก) สองข้างทางมืดสนิทเลยไม่ได้ดูอะไรมาก บางช่วงหลับสนิทกว่านอนบนเตียง แต่ตื่นมาเพราะโค้งแถวจังหวัดแพร่ที่โค้งได้ไม่เกรงใจหมอนรองกระดูกคอ
  • ในความมืดมีแสงไฟจากหน้ารถ ฉายให้เห็นสองข้างทางป่าไผ่ (มั้ง) มองไปข้างบนเห็นดวงจันทร์กลมโตส่องสว่าง ให้แสงเรืองๆคล้ายนีออนสีน้ำเงิน มองแสงนั้นกระทบกับแขนตัวเอง ในหูฟังเล่นเพลง Stay ของ Nell เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรในหัวนอกจากแสง ป่า โค้ง และเพลง
  • รถถึงเชียงรายประมาณ 06.30 เราลงกันที่หน้า ม.แม่ฟ้าหลวง นัดกับเด็กๆไว้ที่นี่
  • ลงรถแล้วสั่นเป็นเจ้าเข้า มีความแตกตื่นกับอุณหภูมิ 14 องศา คนที่เพิ่งจากเมืองหลวงพร้อมเสื้อแขนสั้นบางๆ จะสงบใจไปได้อย่างไร
  • ตั้งสติ ล้างหน้าล้างตัว ใส่เสื้อผ้าใหม่ เจอเด็กๆตอนเจ็ดโมงครึ่ง เคอะเขินเล็กน้อย แต่ก็แค่เล็กน้อย เพราะหลังจากนั้นคุยกันเหมือนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ให้ฟีลลูกป้าข้างบ้าน ไง ไม่เจอกันนานเนอะ เป็นไงบ้าง
  • พาหนะหลักในการเดินทางคือรถสองแถวของพี่เจน หนุ่มหน้าตี๋จิ้มลิ้ม เราเรียกพี่เจน แต่คิดว่าพี่เจนน่าจะเด็กกว่าเรา แต่เราไม่ถือ ถ้าใจเราเป็นน้องยังไงเราก็เป็นน้อง
  • แวะเซเว่น พนักงานเซเว่นสำเนียงเหนือ ชอบ (แล้วก็เงี่ยหูฟังสอดส่ายหาสำเนียงเหนือจากคนข้างทางไปตลอดทริป)
  • และจุดนี้เองที่ได้รู้จากปากเจ้าถิ่นว่าดอยตุงอยู่ที่นี่-เชียงรายนี่แหละค่ะ เปิดโลกในกะลาข้าพเจ้าดีเหลือเกิน

img_4253

ο ดอยตุง

  • ถึงดอยตุงประมาณเก้าโมงสิบโมง จำไม่ได้ อากาศเย็น ดอยสูงทางคดเคี้ยว แต่ก็ได้มารู้ตอนหลังว่ายังมีที่คดเคี้ยวกว่านี้
  • ดอยตุงให้บรรยากาศมาถ่ายรูปสวยๆ ทริปครอบครัว นั่นดอกไม้ นี่ใบหญ้า อาหารออร์แกนิคสะอาดๆ ซื้อผักซื้อผลไม้
  • มีความแอดเวนเจอร์ในสวนป่าเดินสลิงระยะทางเกือบ 300 เมตร ความสูง 10-20-30 เมตรไล่ไปเป็นช่วงๆ
  • ร่วมเดินกับแก๊งค์คุณพ่อคุณแม่ที่หยุดถ่ายรูปทุกสามก้าว ทำให้เราต้องยืนค้างเติ่งอยู่บนสะพานเป็นระยะๆ จากที่กลัวจนหายกลัว เชิญคุณพ่อคุณแม่เซลฟีให้ผาสุก ลูกจะนอนบนสะพานนี้เอง
  • แต่ก็มีบางแว้บที่เห็นภาพตัวเองทับซ้อนกับแก๊งคุณพ่อคุณแม่ อาจจะเป็นสักวันหนึ่งในอนาคต
  • เรือนต้นกล้าน่ารัก ต้นเล็กเป็นฝอยๆ เห็นคนนั่งเพาะ เลยจินตนาการภาพตัวเองทำงานแบบนี้แล้วก็รู้สึกสบายใจดี
  • แมวดอยตุงขี้อ้อน
  • พระตำหนักสวย ชอบดีไซน์ดาวนักษัตรกับภาพแขวนฝาผนังดอยตุงยามค่ำคืนกับยามพระอาทิตย์ตก (หรือขึ้นก็ไม่รู้ ไม่ได้รับหูฟังไกด์มาด้วย เน้นเดินดุ่ม) วิวระเบียงเป็นภูเขาทั้งแถบ ล้อมรอบบ้าน 360 องศา มองไกลสุดลูกหูลูกตา
  • เครื่องสแกนบัตรเข้าแต่ละโซนจะร้องว่า ‘ผ่านเจ้า’ น่าจะประมาณว่าเชิญค่ะ

ο Pre-ภูชี้ฟ้า

  • ลงจากดอยตุง แวะกินข้าวข้างทางอาหารตามสั่ง อร่อยดี
  • จากดอยตุงไปภูชี้ฟ้าไกลมาก เหมือนนั่งรถข้ามจังหวัด เห็นว่าระยะทางสองร้อยกว่าโล นั่งไกลกว่าจากบ้านไปกรุงเทพฯ แต่พอๆกับจากตัวเมืองกาญจน์ไปสังขละ
  • สองข้างทางส่วนใหญ่เป็นทุ่งนา ได้ความจากลุงแท็กซี่ที่ได้เจอกันตอนขากลับว่าที่นี่ทำนาปีละสองครั้ง และตอนนี้คือช่วงเริ่มทำนาปรัง
  • เห็นบ้านคนไปตลอดทาง ไม่ค่อยมีช่วงร้าง ได้ความมาจากลุงคนเดิมอีกเช่นกันว่าแถวนี้บ้านจะปลูกแยกออกมาเป็นชุมชน คนอยู่รวมๆกัน ส่วนนาอยู่ที่อื่นตอนเช้าก็ขี่มอไซค์ออกจากบ้านไปทำนา ยังมีประเพณีลงแขก ต่างกับภาคกลางที่บ้านจะอยู่ด้วยกันกับที่นา ทำให้แถวภาคกลางบ้านเรือนจะตั้งห่างกัน

img_4321